การประกันสังคมกรณี  "ว่างงาน"
                   

                    จากการที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของแรงงานไทย  ในกรณีประสบกับปัญหาการว่างงานทำให้ขาดรายได้  ซึ่งมิใช่เพียงแรงงานเท่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อน  หากแต่ยังมีครอบครัวผู้อยู่ด้านหลัง  ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบอีกจำนวนหนึ่ง  ยังคงประสบกับความเดือดร้อนนี้ตามไปด้วย

                    กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้ดำเนินการให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างหรือผู้ประกันตนในระบบการประกันสังคม  ครอบคลุมให้ด้านต่าง ๆ รวม  6  ด้าน  ได้แก่  การเจ็บป่วย  การคลอดบุตร  ทุพพลภาพ  ตาย  การสงเคราะห์บุตร  และการชราภาพ  จึงได้ขยายความคุ้มครองเพิ่มขึ้น  ได้แก่  การประกันการว่างงาน  เพื่อเป็นหลักประกันการว่างงานให้กับลูกจ้าง   และเป็นระบบการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกันตนที่ว่างงานให้มีรายได้พอบรรเทาความเดือดร้อนในระหว่างการหางานทำ  เป็นการได้รับการช่วยเหลือในรูปของเงินทดแทนการขาดรายได้  บริการจัดหางานทำและการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อให้ผู้ว่างงานมีงานทำโดยเร็ว

                    สาระสำคัญของการประกันการว่างงาน  ประกอบด้วย
                    1.ระยะเวลาเริ่มดำเนินการ
                    2.อัตราเงินสมทบ
                    3.ประโยชน์ทดแทน
                    4.เงื่อนไขการจ่ายประโยชน์ทดแทน
                    5.ค่าชดเชย
                    6.การประกันการว่างงาน

                    การประกันสังคมกรณีว่างงาน   ได้เริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสมทบแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547  โดยกำหนดจัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้าง  ลูกจ้างในอัตราฝ่ายละ 0.5% ของค่าจ้าง  และรัฐบาลในอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง (รวม 3 ฝ่าย = 1.25%)   ทั้งนี้  สาเหตุที่กำหนดให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบในอัตราไม่เท่ากับนายจ้างและลูกจ้าง  เนื่องจากรัฐบาลต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประกันสังคมกรณีว่างงานส่วนอื่นอยู่แล้ว    โดยสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายด้านการบริการจัดหางาน    การพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน  รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและด้านวัสดุครุภัณฑ์ที่จำเป็น  นอกจากนี้รัฐยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินอุดหนุนในกรณีที่กองทุนมีเงินไม่พอจ่ายประโยชน์ทดแทนอีกด้วย

                    ใครบ้างที่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองกรณีว่างงาน
                           ผู้ที่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองการประกันสังคมกรณีว่างงาน  คือ  ลูกจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการภายใต้กฎหมายประกันสังคมและเป็นผู้ประกันตน  ตามมาตรา 33 ที่ว่างงาน  ยกเว้น  ผู้ประกันตนตามมาตรา 39  และผู้ซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ

                     ประโยชน์ทดแทนที่ผู้ว่างงานจะได้รับเป็นอย่างไร
                           ตามร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์  และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานได้กำหนดให้ผู้ลาออกโดยสมัครใจได้รับประโยชน์ทดแทนเป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราที่น้อยกว่าผู้ถูกเลิกจ้าง  ดังนี้
                                               ผู้ถูกเลิกจ้าง    จะได้รับประโยชน์ทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง  ครั้งละไม่เกิน 180 วัน  ภายในระยะเวลา 1 ปี  นับแต่วันที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
                                 
  ผู้ลาออกจากงานโดยสมัครใจ  จะได้ประโยชน์ทดแทนในอัตรา 30% ของค่าจ้างครั้งละไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 1 ปี  นับแต่วันที่มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทน

                      นอกจากนี้  ยังจะได้รับการบริการจัดหางานและการพัฒนาฝีมือแรงงานตามความจำเป็นด้วย

                      สำหรับการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2547  เป็นต้นไป  เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้จ่ายเงินสมทบกรณีว่างงานครบ 6 เดือน  จึงจะมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทน  ทั้งนี้  คาดว่าจะมีผู้รับประโยชน์ทดแทนในปี 2547  จำนวน 190,000  คน  และจ่ายประโยชน์ทดแทนเป็นเงินจำนวน  2,720 ล้านบาท (ไม่รวมเงินค่าบริหารงาน)  แต่ในปีถัดไป  คือ  ปี 2548  จะมีผู้รับประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น 398,000 คน  และจำนวนประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น  5,770 ล้านบาท (ไม่รวมค่าบริหารงาน)

                      เงื่อนไขในการรับประโยชน์ทดแทน  กรณีว่างงานมีอะไรบ้า   
                             เงื่อนไขการมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกันสังคมฉบับปัจจุบัน  คือ          
                                           ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน  ภายในระยะเวลา 15 เดือน  ก่อนว่างงาน
                                     ได้ขึ้นทะเบียนหางานไว้ที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ
                                     ต้องเป็นผู้มีความสามารถทำงานและพร้อมจะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้
                                     ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน        
                                     กรณีไม่มีตำแหน่งว่าง  จะต้องรายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
                                     ต้องมิใช่ผู้ที่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่  หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง  หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย  หรือฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน  หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง  หรือละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาเจ็ดวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร  หรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง  หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
                                     ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

                      ผู้ว่างงาน  จะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่ว่างงานจากการทำงานกับนายจ้างรายสุดท้าย  โดยลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับทั้งประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานและค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน  พ.ศ.2541

                      สำหรับภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครนายก  ที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน  ได้แก่
                      สำนักงานประกันสังคมจังหวัด     ดำเนินการ
                                    -  จัดเก็บเงินสมทบ  นายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 0.5%  ของค่าจ้าง
                                    -  ตรวจสอบสิทธิ/วินิจฉัย  สั่งจ่ายประโยชน์ทดแทน
                                    -  พิจารณาอุทธรณ์ 
                     
สำนักงานจัดหางานจังหวัด     ดำเนินการ
                                    -  ขึ้นทะเบียนหางาน
                                    -  บริการจัดหางาน / แนะแนวอาชีพ
                                    -  ประสานส่งผู้ประกันตนกรณีว่างงานเข้ารับการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน
                                    -  รับรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน
                       ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด     ดำเนินการ
                                    -  กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน
                                    -  ดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน
                       สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด     ดำเนินการ
                                    -  รับเรื่องร้องเรียนกรณีถูกเลิกจ้าง
                                    -  วินิจฉัยข้อขัดแย้งการเลิกจ้าง
                        สำนักงานแรงงานจังหวัด     ดำเนินการ
                                    -  ประสาน  ติดตาม  และรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวม

                         การประกันกรณีว่างงาน   จึงถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน  ไม่มีงานทำ   โดยเป็นอยู่ในระบบของการประกันสังคม  มีการส่งเงินสมทบในอัตรา 0.5% ของค่าจ้าง  ตั้งแต่เดือนมกราคม  2547  เป็นต้นไป   และจะได้รับประโยชน์เมื่อเกิดการว่างงาน  แบ่งเป็น  2  กรณี  คือ
                        
  เป็นผู้ถูกเลิกจ้าง   จะได้รับประโยชน์ทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้าง  ครั้งละไม่เกิน 180 วัน  ภายในระยะเวลา 1 ปี  นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
                           ผู้ลาออกจากงานโดยสมัครใจ  จะได้รับประโยชน์ทดแทนในอัตรา 30% ของค่าจ้าง  ครั้งละไม่เกิน 90 วัน  ภายในระยะเวลา 1 ปี  นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน

                          จังหวัดนครนายก   จึงขอเน้นย้ำผู้ประกันตนหรือผู้ที่ว่างงานจัดส่งเงินสมทบตามกำหนด (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)  เพื่อจะได้รับประโยชน์และความคุ้มครองตามสิทธิของตน  ซึ่งขณะนี้จะได้รับประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมเพิ่มอีก  1  กรณี  รวมเป็น  7  กรณี  คือ  กรณีประกันอันตรายหรือเจ็บป่วย  ทุพพลภาพ  การคลอดบุตร  สงเคราะห์บุตร  ชราภาพ  และกรณีว่างงาน

                           หากนายจ้าง  ลูกจ้าง  มีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงที่  สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครนายก  โทร. 0-3731-3097-8

 

  หน้าแรก